ศาสนาคริสต์ หลักความรักที่พระเจ้ามอบให้

           godoflove หลักคำสอนของศาสนาคริสต์ เรื่องความรัก มิใช่หมายความว่า ความรักของหนุ่มสาวที่ลุ่มหลงในเรื่องกิเลสตัณหาและในเรื่องความความปรารถนาทางด้านอารมณ์ แต่เป็นความรักแบบมิตรภาพ มีไมตรี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ปรารถนาให้ผู้อื่นได้พบกับความสุข คำสอนเหล่านี้ได้สอนทั้งใน พระคริสต์ธรรมเก่าและพระคริสต์ธรรมใหม่ ต่างก็เน้นคำสอนเรื่องความรักโดยให้ความสำคัญเรื่องความรัก เป็นสิ่งที่อยู่สูงสุด ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่ง และจำเป็นต่อผู้คนที่อยู่บนโลกใบนี้ ถ้าอยู่อย่างปราศจากความรัก โลกใบนี้คงจะไม่มีความสุข

ความรักของศาสนาคริสต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ ความรักระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และ ความรักระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความรักของพระเจ้านั้น พระองค์มอบความรักให้แก่มนุษย์อย่างเป็นที่ไม่มีสิ้นสุด เปรียบเสมือนความรักที่พระเยซูที่ยอมให้ตัวเอง โดนลงโทษโดยการตรึงไว้ที่ไม้กางเขนที่หาสิ่งมาทดแทนไม่ได้ และ ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ในพระคริสต์ธรรมเก่า ที่กล่าวไว้ว่า ความรักของพระเจ้าได้มอบความรักให้กับคนชาติอิสราเอลก่อนชนชาติอื่น ชาวอิสราเอลจึงตอบสนองความรักต่อพระเจ้ามีดังนี้ “พี่น้องจงอย่าเกลียดชังกัน ขอให้พี่น้องเจ้าอยู่ในใจควรจะแบ่งปันซึ่งกันและกัน ดังนั้นอย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นต่อญาติพี่น้อง และ เพื่อนบ้านควรรักเขาแบบที่เรารักตัวเอง”

ความรักคริสต์ธรรมสมัยใหม่ หลักคำสอนได้เปลี่ยนไปจากเดิม โดย พระเยซูเป็นสัญลักษณ์ของความรักทั้งปวง เจตนารมณ์ของพระองค์โดยยอมสละชีพเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์โลกโดยคำอธิฐานของพระองค์ก่อนที่จะถูกทหารโรมันนำไปทรมาน จนถึงแก่ความตาย สรุปก็คือ การมีทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าชีวิตขาดความรักชีวิตจะไม่มีความสุข ดังนั้นเราจึงมอบความรักให้กับผู้อื่นแล้วผู้อื่นจะมอบความรักเป็นสิ่งตอบแทน